โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย: สะพานเชื่อมโยงทะเลอันดามันกับอ่าวไทย

Untitled-4

โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย: สะพานเชื่อมโยงทะเลอันดามันกับอ่าวไทย

โดย อุษณีย์ ศรีธัญรัตน์
ผู้อำนวยการสำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ

รัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ในการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ( Dawei Deep Sea Port & Industrial Estate Project) และถนนเชื่อมต่อไปยังประเทศไทย วงเงินลงทุน ๔ แสนล้านบาท คาดการณ์กันว่า หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะเป็นประตูเศรษฐกิจ (Gate Way) แห่งใหม่ของโลกตะวันตกและตะวันออก และรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้เป็นอย่างดี พื้นที่โครงการตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า ห่างจากเมืองทวายประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ หรือ ๒๕๐ ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึก ๒ ท่า ส่วนที่เป็นนิคมอุตสาหกรรม ส่วนที่เป็นที่พักอาศัย ส่วนราชการ และส่วนอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งมีพื้นที่ริมทะเลเป็นแนวหาดทรายมีความยาว ๑๒ กิโลเมตร

เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ บริษัทอิตาเลียน – ไทย ดิเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ได้ร่วมลงนามทำข้อตกลงกับคู่สัญญาคือ การท่าเรือ หน่วยงานในสังกัด กระทรวงคมนาคมของพม่า เพื่อพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสร้างเส้นทางคมนาคมทางบกระหว่างไทยกับพม่า ความตกลงอายุสัมปทาน ๖๐ ปี ซึ่งจะดำเนินการโดยบริษัทลูกชื่อ Dawei Development Company (DDC) นับเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกในพม่า โครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนาใน ๓ ระยะ คือ ระยะแรกจากปี ๒๕๕๓ – ๒๕๕๘ เน้นโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนสำคัญที่สุดคือถนน ๘ เลน ยาว ๑๖๐ กม. กับทางรถไฟมายังชายแดนไทย ถนนจากทวายมายังบ้านพุน้ำร้อน ต.หินเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้สร้างเสร็จเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๔ และขณะนี้กำลังวางท่อก๊าซและน้ำมันคู่ขนานกับถนนและทางรถไฟ ระยะที่ ๒ จะสร้างท่าเรือทวาย เรือที่มีระวางบรรทุก ๒๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ ตันจะสามารถเข้าเทียบท่าได้พร้อมกัน ๒๕ ลำ ท่าเรือจะรองรับสินค้าได้ปีละ ๑๐๐ ล้านตัน ส่วนระยะที่ ๓ เป็นการสร้างนิคม

อุตสาหกรรม ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยท่าเรือและ อุตสาหกรรมหนัก น้ำมันและก๊าซ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลาย อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก เมื่อสร้างเสร็จครบทั้ง ๓ ระยะ ทวายจะกลายเป็น ศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์และการค้าขนาดใหญ่ เป็น New Land Bridge ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เชื่อมโยงการขนส่ง และการค้าระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศในแถบทะเลจีนใต้ ผ่านทะเลอันดามัน ไปสู่มหาสมุทรอินเดีย สู่กลุ่มประเทศตะวัน ออกกลาง ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา โดยไม่ต้องอ้อมแหลมมะละกา (มาเลเซีย) ทำให้ร่นระยะเวลาการขนส่งและประหยัดต้นทุนจากระยะทางขนส่งสินค้าที่สั้นลงอย่างมาก

ท่าเรือน้ำลึกทวายยังอยู่ในโครงการเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ (EconomicCorridors) ในกรอบความร่วมมือของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Greater Mekong Sub – Region ) ตามกรอบความร่วมมือยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค ซึ่งมีพื้นที่ที่มีศักยภาพตามเส้นทางพัฒนา ๓ เส้นทางคือ

๑. ระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) ระหว่างเมืองดานัง เวียดนาม ถึงเมืองมะละแหม่ง ของพม่า (ทวาย เป็นเมืองชายทะเลอันดามันทางภาคใต้ของพม่า อยู่ใต้เมือง เมืองมะละแหม่ง)

๒. ระเบียงเศรษฐกิจแนวใต้ (Southern Economic Corridor) ระหว่างเมืองโฮจิมินห์ หรือไซ่ง่อนเดิมของเวียดนาม มาสุดทางที่เมืองทวาย

๓. เชื่อมโยงกับระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ระหว่างเมืองคุนหมิง ในจีนกับกรุงเทพฯ

(โครงการที่มีชื่อท้ายว่า “คอริดอร์ส” (corridors) คือเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างเมืองสำคัญๆ ในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย ๖ ประเทศคือ ไทย จีน (มณฑลยูนนาน) เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า กลุ่มประเทศเหล่านี้มีประชากรรวมกัน ๒๕๐ ล้านคน มีพื้นที่รวมกัน ๒๓ ล้านตารางกิโลเมตร (เทียบได้กับยุโรปตะวันตก)

สำหรับประเทศไทยแล้ว ท่าเรือน้ำลึกทวายจะเสริมสร้างการเป็นโลจิสติกส์ ฮับ (Logistics Hub) ของประเทศไทย หากท่าเรือทวายแล้วเสร็จจะช่วยร่นระยะเวลาในการขนส่ง ระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวาย (พม่า) กับท่าเรือแหลมฉบัง (ไทย) โดยใช้ระยะเวลาเพียง ๑ วัน และส่งผ่านไปยังประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่นหรือประเทศในแถบแปซิฟิก ส่วนความเชื่อมโยงกับประเทศไทยในเชิงพื้นที่ ณ บ้านพุน้ำร้อน ต. หินเก่า อ. เมือง จ.กาญจนบุรี นั้น เมื่อมีการพัฒนา ด่านบริเวณบ้านพุน้ำร้อน ไปสู่ด่านผ่อนปรน ทางการค้า จะก่อให้เกิดการขยายตัวทาง เศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องการท่องเที่ยว ประเทศไทยยังจะได้รับประโยชน์จากแรงงานพม่าซึ่งมีค่าจ้างแรงงานถูก ทำให้อุตสาห กรรมชนิดใช้แรงงานเข้มข้นของไทย เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรม เส้นทางสายใหม่โดยใช้ท่าเรือน้ำลึก การก่อสร้าง สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้

อย่างไรก็ตาม โครงการท่าเรือน้ำลึก และอุตสาหกรรมทวาย ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนาเท่านั้น ต้องใช้ระยะเวลานานเป็นสิบปีจึงจะแล้วเสร็จ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมีอุปสรรคบางประการที่อาจทำให้โครงการต้องล่าช้าออกไป อาทิ ความเสี่ยงภายในจากชนกลุ่มน้อยในพม่า การต่อต้านของกลุ่มต่างๆและภาคประชาชนบางส่วนที่เห็นว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์แก่ไทยมากกว่าพม่า และการที่พม่าขอแก้ไขสัญญาบางข้อเพื่อลดแรงต่อต้านลง เป็นต้น ปัจจุบันการก่อสร้างในโครงการทวายยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก นอกเหนือจากการสร้างบ้านใหม่ให้ชาวบ้านที่ต้องย้ายออก บริษัทที่เกี่ยวข้องหวังว่า จะเริ่มลงมือก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโรงงานต่าง ๆ ในเขตนิคมอุตสาหกรรมได้ในปี ๒๕๕๖ ดังนั้นความสำเร็จของโครงการ และผลประโยชน์ต่างๆที่คาดว่าจะได้รับเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าดูกันต่อไป นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า ยืนยันร่วมกันในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีไทยเยือนพม่าเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ ว่า จะให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก และเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โดยไทยพร้อมพิจารณาก่อสร้างถนนต่อจากเมียวดี-กอกะเระ และเชื่อมต่อไปยังมะละแหม่ง เพื่อการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมระหว่างกัน ขณะที่พม่าเตรียมเปิดด่านสิงขรเป็นด่านถาวรตามที่ไทยร้องขอ

อ้างอิง -บทความเรื่อง “ท่าเรือน้ำลึกทวาย”…ไทยจะได้อะไร? ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔
โดย เรวดี แก้วมณี สำนักนโยบายอุตสาหกรรมมหภาค
http://www.oie.go.th/
-http://www.kingdomplaza
– hthttp://www.thaipost.net/node/51097

-http://www.thai-aec.com/
-http://news.thaipbs.or.th วันที่ ๑๗/๑๒/๑๒

-บทความเรื่อง ท่าเรือน้ำลึกทวาย bangkokbiznews.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s